ประจำเดือนแบบไหนที่ควรตกใจ!!

เริ่มโดย นานา, เมษายน 26, 2012, 05:35:31 PM

« หน้าที่แล้ว - ต่อไป »

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

นานา

เมษายน 26, 2012, 05:35:31 PM Last Edit: กุมภาพันธ์ 19, 2014, 07:18:43 AM by ทีมข่าวฅนใต้ ดอทคอม



วิธีสังเกตประจำเดือนผิดปกติแบบง่ายๆ


ขั้นแรกให้ลองเปรียบเทียบกับประจำเดือนปกติ ซึ่งมีลักษณะดังนี้
1. ระยะเวลาเลือดประจำเดือนออกจะอยู่ในราว 4 - 6 วัน หากนานกว่า 7 วันถือว่าผิดปกติแล้ว
2. ปริมาณเลือดประจำเดือนในแต่ละเดือนประมาณ 30 มล.ขึ้นไป แต่ถ้ามากกว่า 80 มล. ถือว่าผิดปกติ
3. ระยะห่างระหว่างประจำเดือนจะมีเวลาประมาณ 24 - 35 วัน
      หากมีลักษณะของประจำเดือนผิดไปจากที่กล่าวมา ข้างต้น เช่น มีปริมาณมากกว่าปกติ, รอบของประจำเดือนมีระยะเร็วกว่า 24 วัน หรือช้ากว่า 35 วัน, มีประจำเดือนมากและนาน หรือมีไม่เสมอต้นเสมอปลาย ก็ให้ถือว่าเข้าข่ายประจำเดือนมาไม่ปกติแล้ว

สาเหตุและการรักษา

      สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติมีอยู่ 2 ประเภทคือ ประเภทแรกเป็นความผิดปกติจากการสร้างฮอร์โมนของรังไข่และเยื่อบุโพรงมดลูก หรือเป็นโรคบางอย่างเกี่ยวกับสมองที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของรังไข่ ส่วนประเภทที่สองมีสาเหตุมาจากโรคเลือดบางชนิด ที่เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการเลือดแข็งตัวช้า หยุดไหลได้ยาก หรือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อบางอย่างในโพรงมดลูก ส่วนวิธีรักษานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของความผิดปกติ หมออาจจะรักษาด้วยยา ฮอร์โมน หรือวิธีอื่นๆ ตามแต่กรณี

ควรตรวจภายในตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
      จริงๆ แล้วไม่มีกำหนดอายุที่แน่นอน แต่หากแต่งงานมีบุตรแล้วก็ควรตรวจภายในและตรวจคัดกรองปากมดลูกปีละหน ในกรณีที่อายุน้อยกว่า 45 ปี และไม่พบความผิดปกติในครั้งแรก ก็สามารถเว้นช่วงห่างในการตรวจประมาณ 3 - 5 ปีต่อครั้ง

สำหรับสาวๆ ช่างสงสัยว่าเมื่อไรนั้น ก็ให้ดูว่าหากมีอาการผิดปกติ เช่น
      เลือดออกนอกรอบเดือน มีอาการปวดท้องน้อย หรือคลำพบก้อนเนื้อบริเวณท้องน้อย คุณหมอแนะนำว่าควรพบสูตินารีแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษา และข้อสำคัญคือ หากพบอาการผิดปกติอย่าปล่อยทิ้งไว้นาน ยิ่งในปัจจุบันนี้มีสูตินารีแพทย์ที่เป็นหญิงมากขึ้น คุณสามารถเข้ารับการรักษาและรับคำปรึกษาได้อย่างสะดวกและสบายใจ

หลังประจำเดือนหมด 2 - 3 วัน มีเลือดออกกะปริดกะปรอยสีค่อนข้างคล้ำ ถือว่าผิดปกติหรือไม่
      ควร ทำความเข้าใจก่อนว่า ปกติทั่วไปประจำเดือนมักมามากในช่วง 1 - 2 วันแรก จากนั้นจะค่อยๆลดลงจนกระทั่งจางหมดไป ในบางรายอาจมีลักษณะกะปริดกะปรอยบ้างซึ่งไม่ถือว่าผิดปกติแต่อย่างใด แต่หากมีเลือดประจำเดือนออกซ้ำหลังประจำเดือนหมดไปนานแล้ว ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาทันที

การกินยาคุมกำเนิด เพื่อรักษาสิว หรือเพื่อเลื่อนประจำเดือน มีผลกระทบอย่างไร?
      ในบางรายจะมีกระทบบ้างแต่ก็ไม่เป็นอันตรายรุนแรง เช่น อาจเกิดอาการแพ้ยาคุมกำเนิด แต่โดยทั่วไปไม่มีผลกระทบหากใช้ยาภายใตคำแนะนำและการควบคุมของแพทย์ ดังนั้นสาวๆก็ไม่ควรไปซื้อยามาใช้เอง ถ้าอยากสวยขอแนะนำว่าไปพึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีกว่ากันเยอะ




ที่มา teenee.com



abczyx159

ขอบคุุณนะคะ เรากินยารักษาสิว แต่ประจำเดือนก็ปกติดีค่ะ
__________________________________________
กระโปรงสั้น, สูทสากล, แบบผมสั้น2012

Tookta

อายุ 43 ค่ะ ประจำเดือนมามากผิดปรกติ และเป็นลิ่มเลือดทุกครั้ง ปวดท้องมากทุกครั้งที่เป็น เป็นมากว่า 10 ปี แต่ไม่เคยสนใจไปตรวจ จนในที่สุดคิดว่ามันผิดปรกติมากแล้ว ไปตรวจมะเร็งปากมดลูกเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว หมอพบผิดปรกติ ส่งอัลตราซาวด์ ปรากฎว่าเป็นเนื้อเยื่อบุมดลูกเจริญพันธ์ผิดที่ หมอสั่งฉีดยา ตั้งแต่วันนั้นทุกเดือนจนครบ 6 เดือน เดือนนี้ และยังต้องฉีดอีกทุกๆ 6 เดือน ไปตลอด ก็ดีกว่าต้องตัดมดลูกทิ้ง เพราะถ้าตัดมดลูกทิ้งจะเกิดสภาวะเสื่อมแก่ร่างกาย ทำให้แก่เร็วขึ้นกว่าปรกติ ยังไงก็อย่านิ่งนอนใจกันนะคะ

Tookta

พอดีไปอ่านเจอคอลัมภ์ ผู้หญิงกินปีกไก่ต้องระวัง นึกขึ้นมาได้ว่า หมอสูติ บอกว่าช่วงที่ฉีดยาจะลดการมีประจำเดือนหรืออาจมีกระปิดกระปอย
ฉีดมา 4 เข็มแรก ประจำเดือนหายไปเลย พอมาเข็มที่ 5-6 ประจำเดือนมาทั้งเดือนเลย แต่ไม่มาก เลยบอกคุณหมอตอนเข็มที่หก หมอถามว่าทานยาสตรีหรือเปล่า ตอบว่าไม่ได้ทานค่ะ หมอถามอีกว่า ทานอาหารเสริมหรือเปล่า ตอบว่าทานแต่แคลเซียมค่ะ หมอบอกว่าอาหารเสริมบางชนิดมีฮอร์โมนผสมอยู่ ก็แน่ใจว่าไม่ได้ทานอาหารเสริมที่มีฮอร์โมนแน่ๆ ทีนี้เลยสันนิษฐานเอาเองว่า คงเป็นเพราะทานไก่แน่ๆ ทานทุกวันเลยค่ะ ไม่ว่าจะ ไก่ทอด ไก่ย่าง ไก่อบ เพราะ มันง่ายและสดวกในการซื้อ ต้องใช่แน่ๆเลย เพราะมันทำให้หน้าอกเพิ่มขนาดด้วยค่ะ

malida

ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูลดีๆมีประโยชน์มากเลยค่ะ